จีคลับมือถือ เรือเจอโกลทอฟฟี่เซฟสองโทษได้แค่ตามเจ๊า 1-1

จีคลับมือถือ

มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก กลายเป็นฮีโร่ของทอฟฟี่สีน้ำเงิน หลังเซฟ 2 จุดโทษช่วยทีมบุกไปแบ่งแต้มเรือใบสีฟ้าที่ยังคงหาชัยชนะในลีกไม่เจอเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันได้ถึงถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม

จีคลับมือถือ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษนัดที่ 8 ของฤดูกาลเจ้าบ้านเรือใบสีฟ้าที่ล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 2-0 วันนี้มาในระบบ 3-4-3 เคลาดิโอ บราโว เป็นผุ้รักษาประตู เซ็นเตอร์ฮาล์ฟสามคน กาแอล กลิชี, นิโคลัส โอตาเมนดี้และ จอห์น สโตนส์ วิงแบ็คสองข้าง ราฮีม สเตอร์ลิง และ เลรอย ซาเน แนวรุกได้เควิน เดอ บรอยน์ หายเจ็บกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งแต่หน้าเป้าเป็น เคเลชี อิเฮียนาโช ลงสนามแทน เซร์คิโอ อเกวโร ที่ได้สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ทำให้เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง

ทางฝั่งทีมเยือนของ โรนัลด์ คูมัน เกมนี้มาในระบบ 4-3-3 ใช้ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก เป็นผู้รักษาประตู คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฟิล จากีลก้าจับคู่กับ แอชลีย์ วิลเลียม แดนกลางมี แกเร็ธ แบร์รี ประสานงานร่วมกับ ทอม เคลฟเวอร์รี และ อิดริสซา กูอาย แนวรุกเป็น ยานนิค โบลาซี, เคราร์ด เดวโลเฟว เป็นตัวริมเส้นและ โรเมอู ลูกากู เป็นกองหน้าตัวเป้า

เกมในช่วง 20 นาทีแรกเป็นทีมเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกเข้าใส่เอฟเวอร์ตันทีมเยือนได้อย่างต่อเนื่อง แต่โอกาสยิงแบบได้ลุ้นยังมีไม่มากนัก

หลังจากกดดันบุกใส่อย่างต่อเนื่องอยู่นาน แมนฯซิตี้มาได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 42 จากจังหวะที่ ฟีล จากีลก้า เอาขาไปขวาง ดาบิด ซิลบา จนล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ แต่ เควิน เดอ บรอยน์ ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษยิงไปติดเซฟของ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ทำให้สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0

จบครึ่งแรกเป็นแมนฯซิตี้เจ้าบ้านที่ครองเกมได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้ ทำให้เสมอกันอยู่ 0-0

โอกาสยิงครั้งแรกของทีมเยือนในครึ่งหลังนาที 49 เคราร์ด เดวโลเฟว ได้บอลทางฝั่งซ้ายก่อนโยกหลอก นิโคลัส โอตาเมนดี้ แล้วปั่นด้วยขวาบอลโค้งเข้ากรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ เคลาดิโอ บราโว

โอกาสลุ้นของเจ้าบ้านนาที 51 จากจังหวะชิ่งเร็วของเจ้าบ้าน อิลคาย กุนโดกัน ไหลบอลให้ เลรอย ซาเน ที่เติมมาทางฝั่งซ้ายก่อนปาดเรียดเขากลางให้ เคเลชี อิเฮียนาโช เข้าชาร์จแต่บอลไม่แรงพอทำให้ สเตเคเลนเบิร์ก รับเอาไว้ได้

เป็ป กวาร์ดิโอลา แก้เกมรุกที่ดูตืบตันด้วยการส่ง เซร์คิโอ อเกวโร ลงมาเล่นแทน เคเลชี อิเฮียนาโช เช่นเดียวกับ คูมัน ที่แก้เกมด้วยการส่ง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ย์ ลงมาแพ็คเกมในแดนกลางแทน เคราร์ด เดวโลเฟว

เป็นเอฟเวอร์ตันที่ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 64 จากจังหวะ อิดริสซา กูอาย วางบอลยาวสวนกลับเป็น ยานนิค โบลาซี สะกิดบอลให้ โลเมอู ลูกากู หลุดเข้าไปดวลเดี่ยลกับ กาแอล กลิชี ก่อนกระชากเข้าซ้ายแล้วยิงผ่านมือ เคลาดิโอ บราโว เข้าประตุไป ทีมเยือนออกนำ 1-0

เจ้าบ้านได้จุดโทษอีกครั้งนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ ฟีล จาฟีลก้า เสียเหลี่ยมให้กับ เซร์คิโอ อเกวโร ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดศูนย์หน้าร่างเล็กด้วยการเตะจนล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษอีกครั้งคราวนี้เป็น อเกวโร ลุกขึ้นมาสังหารจุดโทษเองแต่ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ก็ยังสามารถเซฟลูกจุดโทษได้เป็นครั้งที่ 2 ในเกมนี้

สุดท้ายเจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 72 จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางให้ โนลิโต้ ตัวสำรองโมห่งบอลย้อนศร สเตเคเลนเบิร์ก เข้าประตูไป แมนฯ ซิตี้ตีเสมอ 1-1

โอกาสอีกครั้งของแมนฯ ซิตี้ในนาทีที่ 81 จากจังหวะตัดบอลได้ก่อน ดาบิด ซิลบา จะไหลบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ตั้งป้อมซัดนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งข้ากรอบแต่ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ก็ยังบินปัดบอลเอาไว้ได้อีกครั้งหนึ่ง

เวลาที่เหลือไม่มีการทำประตูเพิ่มจบเกมเป็นเอฟเวอร์ตันที่บุกมายันเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึงถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม เจ้าบ้านเก็บเพิ่มเป็น 19 คะแนนยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าอาร์เซนอล ส่วนทีมเยือนมีเพิ่มเป็น 15 คะแนนอยู่อันดับที่ 6