สโบเบท พรีวิวพรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล vs เซาธ์แฮมป์ตัน

สโบเบท

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2017

สโบเบท PLAYING: Top 10 ชื่อนักเตะที่เรียกยากที่สุด

เวลา 22.00 น. ลิเวอร์พูล vs เซาธ์แฮมป์ตัน
สนาม: แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสดทาง: BeIN Sports 1 และ PPTV HD
ผู้ตัดสิน: ไมค์ โจนส์
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล
05/11/2017 เวสต์แฮม 1-4 ลิเวอร์พูล
02/11/2017 ลิเวอร์พูล 3-0 มาริบอร์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
28/10/2017 ลิเวอร์พูล 3-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์
22/10/2017 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-1 ลิเวอร์พูล
18/10/2017 มาริบอร์ 0-7 ลิเวอร์พูล (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ เซาธ์แฮมป์ตัน
04/11/2017 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 เบิร์นลี่ย์
29/10/2017 ไบรท์ตัน 1-1 เซาธ์แฮมป์ตัน
21/10/2017 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 เวสต์บรอมวิช
15/10/2017 เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 นิวคาสเซิ่ล
30/09/2017 สโต๊ค ซิตี้ 2-1 เซาธ์แฮมป์ตันเฮด-ทู-เฮด

ผลงานการพบกัน 6 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล ชนะ 1 | เสมอ 2 | เซาธ์แฮมป์ตัน ชนะ 3
07/05/2017 ลิเวอร์พูล 0-0 เซาธ์แฮมป์ตัน
26/01/2017 ลิเวอร์พูล 0-1 เซาธ์แฮมป์ตัน (ลีกคัพ)
12/01/2017 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ลิเวอร์พูล (ลีกคัพ)
19/11/2016 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล
20/03/2016 เซาธ์แฮมป์ตัน 3-2 ลิเวอร์พูล (ลีกคัพ)
03/12/2015 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-6 ลิเวอร์พูล
สภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีม
ลิเวอร์พูล:
เยอร์เก้น คล็อปป์ มีอาการป่วยแต่ออกโรงพยาบาลมาคุมการฝึกซ้อมของลูกทีมได้เป็นปกติ เจ้าถิ่นเกมนี้ยังขาดตัวเจ็บผู้รักษาประตู แดเนี่ยล วอร์ด กองหลัง นาธาเนี่ยล ไคลน์ ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดรักษาอาหารบาดเจ็บหลัง คาดพัก 3 เดือน ส่วนทั้ง อดัม ลัลลาน่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ซาดิโอ มาเน่ ต้องรอเช็คฟิตอีกทีก่อนเกม ซึ่งอาจมีชื่อนั่งม้านั่งสำรองไปก่อน โดยสามประสานแนวรุกเกมนี้คาดใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ โดยแนวรับให้มาติปยืนคู่ลอฟเรน พร้อมด้วยกลางกัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ อาจได้ลงเป็นตัวสำรอง

เซาธ์แฮมป์ตัน:
ทางด้านทีมเยือนนักบุญ เมาริซิโอ เปเยกริโน่ มีตัวเจ็บเหลือเพียงกองหลัง เฌเรมี่ ปิเอ็ด กับกองกลาง มาริโอ เลมิน่า โดยคาดว่าไม่น่าปรับทัพมากหัวหอกยังให้ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ยืนคํ้าเลย พร้อมด้วยแนวรุก ดูซาน ทาดิช, โซฟิยาน บูฟาล, นาธาน เร้ดม่อนด์ แนวรับมี เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ลงเฝ้าเสา